NTHU Research Team Develops Groundbreaking Influenza Vaccine

HSINCHU, Taiwan–(BUSINESS WIRE)–Mar. 13, 2021 Winter is the beginning of the annual influenza season, and every year, in its efforts to prepare the required vaccinations, the World Health Organization (WHO) tries to predict which strain of influenza will be most wide spread. With this situation in mind, a research team led by Professor Wu Suh-Chin …

ทีมวิจัย NTHU พัฒนาวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

ซินจู๋ ไต้หวัน–(BUSINESS WIRE)–13 มี.ค. 2564 ฤดูหนาวเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูไข้หวัดใหญ่ประจำปี และในทุก ๆ ปี องค์การอนามัยโลก (WHO) พยายามคาดการณ์ว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใดจะแพร่ระบาดในวงกว้างมากที่สุด เพื่อที่จะสามารถเตรียมการฉีดวัคซีนที่จำเป็น และด้วยการคำนึงถึงสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Wu Suh-Chin จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงได้พัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์ โดยการฉีดวัคซีนสามารถทำได้ในรูปแบบของการฉีดพ่นจมูกแทนการฉีดแบบเข็ม ข่าวประชาสัมพันธ์นี้เป็นแบบมัลติมีเดีย ดูฉบับเต็มได้ที่นี่: https://www.businesswire.com/news/home/20210312005008/en/ ทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ Wu Suh-Chin จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้พัฒนาวัคซีนภูมิคุ้มกันแบบฉีดพ่นจมูกเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกสายพันธุ์และกำลังวางแผนที่จะพัฒนาวัคซีน COVID-19 แบบนี้ด้วย (ภาพ: National Tsing Hua University) การวิจัยเชิงนวัตกรรมของทีมได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์และได้รับรางวัล Future Tech Award ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปี 2562 และ 2563 วัคซีนที่ให้ประสิทธิผลแบบสากล เนื่องจากความชุกของไข้หวัดใหญ่และการที่สายพันธุ์มีความแตกต่างกันไปในแต่ละปี การตัดสินใจเลือกวัคซีนที่จะเตรียมสำหรับฤดูไข้หวัดใหญ่ครั้งต่อไปจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย การคาดการณ์ที่ผิดจึงอาจทำให้ได้วัคซีนมีประสิทธิภาพต่ำ ทั้งนี้ Wu กล่าวว่าสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเพราะ ฮีแมกกลูตินิน ของไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันของคนเราจดจำได้ยาก แอนติเจนฮีแมกกลูตินิน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยส่วนหัวทรงกลมและบริเวณลำตัว โดยเป็นที่ส่วนหัวทรงกลมนี่เองซึ่งทำให้ไวรัสแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะ …

ส่องแสงไปที่วีรบุรุษและวีรสตรีแห่งโรคหายาก

ผู้สนับสนุนด้านสุขภาพของออสเตรเลียเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อสร้างความตระหนักในวันโรคหายาก ณ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–26 ก.พ. 2564 ด้วยภารกิจในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับชุมชนผู้ป่วยโรคหายาก วันนี้ Illumina ได้ร่วมมือกับนักวิจัยทางการแพทย์และครอบครัวหลายครอบครัวในการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดลำดับจีโนม และเพื่อให้ความสำคัญกับผู้คนกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นโรคหายาก วันโรคหายากเป็นกิจกรรมประจำปีเพื่อการเข้าถึงการวินิจฉัยการรักษาสุขภาพการดูแลทางสังคมและโอกาสอย่างเท่าเทียมกันสำหรับผู้ที่เป็นโรคหายาก ในออสเตรเลียมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 400,000 คน ในบรรดาผู้ที่เป็นโรคหายาก หลายคนยังคงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของพวกเขาและไม่ได้รับการวินิจฉัย หลายครอบครัวมักถูกทิ้งให้อยู่กับสถานการณ์ที่พวกเขาไม่เคยเผชิญมาก่อน ด้วยการใช้เวลาโดยเฉลี่ยถึง 7 ปีในการค้นหาคำตอบ1 Maree Dalton แม่ของเด็กชาวออสเตรเลียที่ป่วยเป็นโรคหายากกล่าวว่า“ หลังจากค้นหาคำอธิบายมานานหลายปี เพียงแค่การรู้ชื่อของอาการก็สร้างความรู้สึกโล่งใจแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้แล้ว การวินิจฉัยไม่เพียงให้คำตอบ แต่ยังสามารถนำไปสู่การสนับสนุนเพิ่มเติมและการเข้าถึงความช่วยเหลือและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมอีกด้วย” “การได้รับการวินิจฉัยโรคทำให้ครอบครัวของเราสามารถรู้จักกับคนอื่น ๆ ที่ต่างแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้” คุณ Dalton กล่าว “ ชุมชนเหล่านี้เป็นเสาหลักอันล้ำค่าในการสนับสนุนในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้และความไม่แน่นอน” มีโรคหายากที่แตกต่างกันกว่า 7,000 โรคที่เป็นโรคเรื้อรังก้าวหน้า โรคเสื่อมและการพิการ และมักเป็นอันตรายถึงชีวิต Nicole Millis ซีอีโอของ Rare Voices Australia …

ส่องแสงไปที่วีรบุรุษและวีรสตรีแห่งโรคหายาก

ผู้สนับสนุนด้านสุขภาพของออสเตรเลียเข้าร่วมการเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อสร้างความตระหนักในวันโรคหายาก ณ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ซิดนีย์–(BUSINESS WIRE)–26 ก.พ. 2564 ด้วยภารกิจในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับชุมชนผู้ป่วยโรคหายาก วันนี้ Illumina ได้ร่วมมือกับนักวิจัยทางการแพทย์และครอบครัวหลายครอบครัวในการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดลำดับจีโนม และเพื่อให้ความสำคัญกับผู้คนกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นโรคหายาก วันโรคหายากเป็นกิจกรรมประจำปีเพื่อการเข้าถึงการวินิจฉัยการรักษาสุขภาพการดูแลทางสังคมและโอกาสอย่างเท่าเทียมกันสำหรับผู้ที่เป็นโรคหายาก ในออสเตรเลียมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นเด็ก 400,000 คน ในบรรดาผู้ที่เป็นโรคหายาก หลายคนยังคงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของพวกเขาและไม่ได้รับการวินิจฉัย หลายครอบครัวมักถูกทิ้งให้อยู่กับสถานการณ์ที่พวกเขาไม่เคยเผชิญมาก่อน ด้วยการใช้เวลาโดยเฉลี่ยถึง 7 ปีในการค้นหาคำตอบ1 Maree Dalton แม่ของเด็กชาวออสเตรเลียที่ป่วยเป็นโรคหายากกล่าวว่า“ หลังจากค้นหาคำอธิบายมานานหลายปี เพียงแค่การรู้ชื่อของอาการก็สร้างความรู้สึกโล่งใจแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้แล้ว การวินิจฉัยไม่เพียงให้คำตอบ แต่ยังสามารถนำไปสู่การสนับสนุนเพิ่มเติมและการเข้าถึงความช่วยเหลือและการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมอีกด้วย” “การได้รับการวินิจฉัยโรคทำให้ครอบครัวของเราสามารถรู้จักกับคนอื่น ๆ ที่ต่างแบ่งปันประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้” คุณ Dalton กล่าว “ ชุมชนเหล่านี้เป็นเสาหลักอันล้ำค่าในการสนับสนุนในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้และความไม่แน่นอน” มีโรคหายากที่แตกต่างกันกว่า 7,000 โรคที่เป็นโรคเรื้อรังก้าวหน้า โรคเสื่อมและการพิการ และมักเป็นอันตรายถึงชีวิต Nicole Millis ซีอีโอของ Rare Voices Australia …

Illuminating the Heroes of Rare Diseases

Australian health advocates join global movement to raise awareness for Rare Disease Day – Sunday 28 February SYDNEY–(BUSINESS WIRE)–Feb. 26, 2021 With a mission of empowering the rare disease community, Illumina has today partnered with medical researchers and families to highlight the importance of genomic sequencing and to shine the spotlight on the 300 million …